รีวิว แบบ สปอย สปอย สปอย
นี่อาจจะเป็น entry หลังเขา ที่เพิ่งได้ดู King's speech ประกาศก้องจอมราชัย์
ใน entry  นี้ ใช้ภาษาชาวบ้านธรรมดา เพื่อความเข้าใจง่ายก็แล้วกัน
 

 
 พระเจ้ายอร์จ ที่ 6 ( ซ้าย ) และ ไลโอเนล ( ขวา ) 

 

หนังที่ทำโดยชาวอังกฤษ ทุกอย่างเป็นอังกฤษหมด ผู้กำกับใครก็ไม่รู้ จำชื่อไม่ได้
แต่ที่ดูเพราะว่า เป็นหนังเรื่องจริงอิงประวัติศาสตร์ และ เป็นหนังที่ฟีลกู้ด ดูแล้วรู้สึกดี

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
คิดว่าคนไทยคงอินกับเรื่องนี้ได้ง่าย ๆ ทีเดียว 
 
King's speech นั้น เป็นหนังที่สปอยให้ใครฟังแล้วก็ไม่สนุก
แต่ความสนุกของมันอยู่ที่ถึงรู้สปอยแล้ว ก็ยังดูสนุกได้

เนื้อเรื่อง King's Speech นั้นก็เรียบง่าย 
 
ย้อนกลับไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 
สมัยที่ฮิตเลอร์ สร้างความระสำระรายไปทั่วยุโรป
แต่ประเทศอังกฤษกลับมีกษัตริย์ที่พูดติดอ่าง!!!

ในขณะที่ฮิตเลอร์พูดปราศรัยปลุกใจนาซี
แต่ประเทศอังกฤษ กลับมีกษัตริย์ที่พูดติดอ่าง!!

ปมปัญหาเรื่องก็มีแค่นี้

เมื่อพระเจ้าจอร์จที่ 6 ( ในเรื่องเรียกตามสำเนียงอังกฤษ เรียกว่า ยอร์จที่ 6 )
มีอาการพูดติดอ่าง เรื่องจากปัญหาไม่มั่นใจตัวเอง 
เมื่อพระเจ้ายอร์จที่ 6 อยู่กับครอบครัว พระองค์ไม่มีปัญหาพูดติดอ่างแม้แต่น้อย
แต่เมื่อออกสู่สาธารณะชนเมื่อไร พระองค์พูดติดอ่างเมื่อนั้น

และหมอที่มารักษาพระองค์นั้น ไม่ใช่หมอเป็นคนที่มีปริญญา หรือประกาศณียบัตร
แค่สามัญชนคนออสเตรเลีย นักบำบัดการพูด ที่เคยเป็นตลกมาก่อนก็เท่านั้น

ที่เลือกเลโอเนลมารักษาพระเจ้าจอร์จ นั้น ก็เพราะว่า
ไม่มีนายแพทย์คนไหนในสมัยนั้นรักษาพระเจ้ายอร์จได้หายเลย
พระชายาของพระองค์ จึงเลือกวิธีสุดท้าย ขอคำปรึกษาจากคนบ้า ๆ แบบ เลโอเนล
และวิธีการรักษาที่แปลกประหลาด ( น่าจะเรียกว่าเพิ่มความมั่นใจมากกว่า )
[ พระเจ้ายอร์จที่ 6 เรียกเลโอเนลว่า หมอโล้ก ]

ในเรื่อง ก็มีมุกตลกร้ายแบบอังกฤษ
เช่น

มีคนบอกพระเจ้ายอร์จ ซึ่งสมัยนั้นก่อนยังใช้ชื่อ อัลเบิร์ต ว่า
" จะรับตำแหน่งเป็นกษัตริย์แล้ว ไม่ให้ใช้ชื่อ อัลเบิร์ต เพราะว่าฟังเป็นเยอรมันเกินไป "
" เอาเป็น ยอร์จที่ 6 ก็แล้วกัน "

หรือตอนที่หมอโล้ก บอกว่า... 

" ด่าเลยสิพระองค์ สลัดคราบความเป็นผู้ดีออกไป "
พระเจ้ายอร์จตะโกนว่า....
" ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก ฟัก "

หรือตอนที่พระเจ้ายอร์จบอกว่า......
" รู้ไหมกษัตริย์เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยง ดูอย่างพระเจ้าซาร์ สิ "
( แอบอมยิ้มฉากนี้.... )

ฉากเศร้า ๆ ก็มี เช่น
ฉากที่พระเจ้ายอร์จ ร้องไห้และโทษตัวเองที่ไม่สามารถทำหน้าที่กษัตริย์ที่ดีได้
( ปัญหาพูดติดอ่างยังหลอกหลอนพระองค์อยู่ )

หรือฉากที่พระเจ้ายอร์จที่ 6 ตัดพ้อว่า.....
" เราไม่มีอำนาจใด ๆ เลย เป็นได้แค่กระบอกเสียงของผู้มีอำนาจ "
" ที่เขาให้เราพูด ก็เพราะว่า... ประชาชนฟังเราเท่านั้น "
" แถมเรายังพูดไม่ได้อีก " 
 


เมื่อเวลานั้นมาถึง ฮิตเลอร์ถล่มฝรั่งเศส และ โปลแลนด์ยับเยิน นายกรัฐมนตรีอังกฤษลาออก...
ปล่อยให้พระองค์เผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง กับนายกมือใหม่
ด้วยการช่วยเหลือของพระชายา และ หมอโล้ก ทำให้พระองค์มีความมั่นใจหายจากพูดติดอ่าง

ช่วงระยะเวลาสงคราม ประชาชนที่ไม่มั่นใจเนื่องจากมีกษัตริย์พูดติดอ่าง
แต่ว่าพระเจ้ายอร์จแสดงให้เห็นด้วยพูดการปลุกใจชาวอังกฤษโดยไม่มีอาการติดอ่างแม้แต่น้อย
และนำพาประเทศอังกฤษ รอดพ้นจากเงื้อมมือของฮิตเลอร์และนาซีไปได้

พระเจ้ายอร์จได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนที่ชนะปมด้อยของตัวเองได้ 

ในยามที่บ้านเมืองวิกฤต ประชาชนไม่ได้ต้องการเสียงของนักการเมืองคนใดมาปลอบใจ
แต่เป็นเสียงของกษัตริย์ต่างหาก..... 





ป.ล.หรือว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นที่มาของคำว่า 
" โอ้ว พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก " 

edit @ 15 Feb 2012 13:12:46 by จิ้งจก ณ ตุ๊กแก

Comment

Comment:

Tweet

open-mounthed smile

#5 By Pst (125.25.59.173) on 2012-04-11 09:30

ชอบเรื่องนี้มากค่ะ มีขำหลายฉากมาก ฉากฟักๆนี่ฮา เรื่องนี้มีนักแสดงดีๆหลายคนเลย ดูเพราะเฮเลน่ากับเจฟฟรี่ย์ 55

ชอบสถานที่ในหนังด้วยค่ะ โดยเฉพาะที่ทำงานของเลโอเนล สวยมาก

#4 By Queen K on 2012-02-16 15:32

ชอบเหมือนกันค่ะ

จำได้ว่าอมยิ้มอยู่หลายฉาก :)

เป็นหนังที่เรียบง่ายแต่อบอุ่นจริงๆ

#3 By A-roon on 2012-02-16 00:21

ตอนดูเรื่องนี้นี่คาดว่ามันจะดราม่าเข้มข้น ดูแล้วเส้นเลือดขึ้นหน้าอะไรแบบนี้ซะอีก
แต่ปรากฏว่าก็ไม่แฮะ

หนังสนุกมากค่ะ ดูแล้วรู้สึกดีเลยล่ะ
ชอบฉากที่โล้กบอกให้ด่า ให้พูดคำหยาบ แล้วคิงจอร์จก็ด่าแบบผู้ดีมากก
โล้กเลยถามกลับว่า รู้จักคำหยาบคายสุดได้แค่นี้เหรอ ฮ่า
ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ได้ดูโรงสกาล่า โคตรได้ฟีลอะ วินเทจสุดๆ

ชอบที่ เรื่องนี้ปัญหามันคือหนังดราม่า
แต่ว่าการเขียนบท เป็นการมองโลกในมุมไม่ดราม่า
ตัวละครทุกตัวล้วนมีเหตุผลในการกระทำ มีความเครียด ผ่อนคลาย
และมีพอยตน์ดราม่าที่เหมาะสม ไม่ใช่สักแต่คิดหรือทำอะไรดราม่า
แบบที่หนังดราม่าสมัยนี้นิยมทำ (แบบหนักไว้ก่อน จิตไว้ก่อน)

สำหรับเรา เรื่องนี้เป็นหนังฟีลกู๊ดขนานแท้ค่ะ
มุขตลกไม่ยัดเยียด ไม่พร่ำเพรื่อ

เดินออกจากโรงมาด้วยหัวใจพองฟู
มีแรงสู้กับเรื่องเหนื่อยๆ ได้อีกแยะ =]

#1 By เมพหมี shakri on 2012-02-15 16:57